รองเท้าวิ่ง Nike ถือเป็นรองเท้ายอดนิยม สำหรับนักวิ่งทั้งไทยและเทศ เพราะเป็นรองเท้าที่มีดีไซน์สวยงาม แถมสวมใส่แล้วยังช่วยซัพพอร์ตให้การวิ่งดีขึ้น และช่วยลดความเสี่ยง ในการบาดเจ็บ ขณะวิ่งได้อีกด้วย เพราะมีการออกแบบมาอย่างดี เพื่อรองรับรูปเท้าของผู้สวมใส่ และยังใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยอีกด้วย

รองเท้าวิ่ง Nike รุ่นไหนดี?

1 รุ่น Nike ZoomX Vaporfly Next% 2

เป็นรองเท้าวิ่งแข่ง ที่นักวิ่งแข่งต่างหลงรัก เพราะช่วยเพิ่มความสบาย การระบายอากาศ มีระบบลดแรงกระแทก ที่ตอบสนองได้ดี และการรองรับที่แน่นกระชับ แถมยังมาพร้อมดีไซน์ใหม่อีกด้วย

แผ่นรองเท้าทำด้วยโฟม Nike ZoomX ซึ่งเป็นโฟมที่เบาที่สุด และส่งแรงคืนได้มากที่สุด ผสานกับแผ่นรองคาร์บอนไฟเบอร์ เต็มความยาวเท้า ให้สัมผัสที่เรียบลื่น ตอบสนองให้เคลื่อนไหวไม่ติดขัด

รองเท้าคู่นี้ ใช้ดีไซน์ Swoosh เพื่อเฉลิมฉลองให้กับการครบรอบ 50 ปี ของ Nike ด้วยการผสานอดีต และปัจจุบันไว้ด้วยกัน โดยโลโก้ Swoosh รุ่นออริจินัล จะมีเส้นขอบชัดเจน มากกว่ารุ่นปัจจุบัน

2 รุ่น Nike Air Zoom Alphafly NEXT% Flyknit

รองเท้าคู่นี้ มีน้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี และผ่านการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อช่วยให้สบายตัวตลอดการวิ่ง แถมยังส่งแรงกลับได้ยอดเยี่ยมที่สุด ในกลุ่มรองเท้าวิ่งแข่ง

ดีไซน์ด้วยลวดลาย Swoosh อันมีชีวิตชีวา ตามแบบฉบับ Rawdacious มาพร้อมแผ่นโฟม Nike ZoomX ในส่วนพื้นรองเท้า ที่มีน้ำหนักเบา พร้อมทั้งส่วน Zoom Air บางๆ 2 จุด รวมกับแผ่นรองคาร์บอนไฟเบอร์ เต็มความยาวเท้า ทำให้ส่งแรงกลับได้มากที่สุด ในกลุ่มรองเท้าวิ่งแข่ง

3 รุ่น Nike Air Zoom Tempo NEXT% Flyknit

รองเท้าคู่นี้ ผสมผสานความทนทาน เข้ากับระบบลดแรงกระแทก จึงนุ่มแต่คืนตัวได้ดี มาพร้อมกับโฟม Nike ZoomX ที่เบาที่สุด ส่งแรงคืนได้มากที่สุด และให้การวิ่งที่นุ่มนวล ตลอดการถ่ายเทน้ำหนัก ผสานกับระบบลดแรงกระแทก Zoom Air เพื่อให้ได้สัมผัสที่รวดเร็ว ตอบสนองได้ดีขณะที่ออกตัว และโฟม Nike React บริเวณส้น ที่ช่วยลดแรงกระแทกเมื่อก้าวลงสู่พื้น

คู่สีรุ่นพิเศษนี้ ทำขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลอง ให้กับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ของเหล่านักกีฬาทั่วโลก ที่ผ่านพ้นเหตุการณ์ต่างๆ ของปี มาเพื่อทำการแข่งขัน

4 รุ่น Nike Air Zoom Tempo Next% FlyEase

รุ่นนี้ดีไซน์มาเพื่อความดีดตัวใต้ฝ่าเท้า แถมยังใส่และถอดได้ง่าย ด้วยช่องแบบสวม และกลไกการผูกเชือกรองเท้า ที่สามารถปรับได้ด้วยมือข้างเดียว คือดึงห่วงหนึ่งเพื่อให้กระชับ และดึงอีกห่วงเพื่อให้คลายออก

เมื่อสวมใส่ ส้นของรองเท้าคู่นี้จะยุบลง จากนั้นจะดีดตัวกลับเข้าที่ กลไกล็อคแล้วปล่อยนี้ จะทำให้ได้ทรงที่แน่นกระชับ โดยไม่จำเป็นต้องผูกเชือกรองเท้า

5 รุ่น Nike Flex Run 2021

รองเท้าคู่นี้ผลิตด้วยวัสดุรีไซเคิล อย่างน้อย 20% น้ำหนักเบา และทรงยืดแบบปรับได้ มาพร้อมความยืดหยุ่น ขณะลงเท้าตามจังหวะโฟม ที่นุ่มแต่ทนทาน ให้สัมผัสนุ่มเป็นพิเศษ

6 รุ่น Nike Air Zoom Pegasus 38

มีคุณสมบัติดีดตัว เพื่อการวิ่งทั้งระยะยาว ระยะสั้น และการวิ่งทั่วไป อีกทั้งยังเย็น ระบายอากาศได้ดี และมาพร้อมทรงที่กว้างขึ้นบริเวณปลายเท้า รวมทั้งช่วยลดแรงกระแทกได้มากขึ้น

7 รุ่น Nike React Infinity Run Flyknit 2

คู่นี้ใช้เทคโนโลยี Flywire ผสานกับ Flyknit เพื่อการรองรับ และการระบายอากาศ มาพร้อมโฟมที่ยกตัวหนา ใส่แล้วรู้สึกนุ่มนวลและสบาย

8 รุ่น Nike Air Zoom Pegasus 38 FlyEase

รุ่นนี้จะมีการดีดตัวที่เพิ่มขึ้น เพื่อการวิ่งทุกระยะ ดีไซน์ทรงกว้างขึ้นบริเวณปลายเท้า ใส่แล้วเย็น ระบายอากาศได้ดี มาพร้อมระบบสวมใส่ FlyEase ช่องสวมแบบมีซิป ทำให้ง่ายต่อการใส่และถอด สามารถปรับความกระชับได้ ด้วยมือเพียงข้างเดียว ผ่านระบบเชือกแบบไม่ต้องผูก

แผ่นรองเท้าทำด้วยโฟม Nike React มีน้ำหนักเบา สปริงตัวได้ดี ลดแรงกระแทกได้ดี ขณะที่ส่วน Zoom Air ตรงปลายเท้า ช่วยในการดีดตัวมาก และแนบชิดเท้ากว่าเดิม

9 รุ่น Nike ZoomX Dragonfly

รองเท้ารุ่นนี้ สวมใส่แล้วจะมีความเบาสบาย ระบายอากาศได้ดี พร้อมช่วยในการดีดตัวด้วย

10 รุ่น Nike Winflo 8

คู่นี้เหมาะกับการวิ่งทางไกล เพราะนำระบบลดแรงกระแทก มาจับคู่กับเทคโนโลยี Flywire เพื่อประสิทธิภาพการทรงตัว และความแนบกระชับ

ส่วนบนใช้ตาข่ายโปร่งแสง และส่วนชั้นในใช้ตาข่ายตาห่างที่ปลายเท้า เพื่อความโปร่งสบาย ขณะที่โฟมส่วนหุ้มข้อ ผสานเข้ากับส้นด้านหลัง และตาข่ายตาถี่ ช่วยให้รองรับได้กระชับมั่นคง ส่วน Air Zoom ในส้นและปลายเท้า ก็ช่วยลดแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม